๒. โวหารภาพพจน์

posted on 24 Nov 2007 15:45 by gene901

 

 

                ๒.๑     ความหมายของโวหารภาพพจน์

                      โวหาร  คือ  การใช้ถ้อยคำอย่างมีชั้นเชิง  เป็นการแสดงข้อความออกมาในทำนองต่างๆ  เพื่อให้ข้อความได้เนื้อความดี  มีความหมายแจ่มแจ้ง เหมาะสมน่าฟัง  ในการเขียนเรื่องราวอาจใช้โวหารต่างๆ  กัน  แล้วแต่ชนิดของข้อความ  (สมถวิล  วิเศษสมบัติ. ๒๕๔๔ : ๑๒๙)

                      โวหารภาพพจน์  คือ กลวิธีการนำเสนอสารโดยการพลิกแพลงภาษาที่ใช้พูด หรือเขียนให้แปลกออกไปจากภาษาตามตัวอักษรทำให้ผู้อ่านเกิดภาพในใจ    เกิดความประทับใจ

เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ  เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจน  (รัตนา  ศรีมงคล.  http://www.thaigoodview.com/library /teachershow/ratchaburi/ratana_sri/index.html)

 

 

 

 

          ๒.๒    ประเภทของโวหารภาพพจน์

              ประเภทของโวหารภาพพจน์นั้น  ( สมถวิล  วิเศษสมบัติ. ๒๕๔๔ : ๑๓๑  ; จันจิรา  จิตตะวิริยะพงษ์. ๒๕๔๙ : ๔๗๔ ; ภิญโญ  ทองเหลา. ๒๕๔๗ : ๑๕ ; รัตนา  ศรีมงคล. http://www. thaigoodview.com/library /teachershow/ratchaburi/ratana_sri/index.html)  ได้กล่าวสอดคล้องกันไว้   ดังนี้

 

 

                      ๒.๒.๑   อุปมาโวหาร  (Simile)

                                         อุปมา  คือ  การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่งโดยใช้คำเชื่อมที่มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า     เหมือน     เช่น   ดุจ  ดั่ง  ราว  ราวกับ  เปรียบ  ประดุจ  เฉก  เล่ห์  ปาน  ประหนึ่ง  เพียง  เพี้ยง  พ่าง  ปูน  ถนัด  ละหม้าย  เสมอ  กล  อย่าง  ฯลฯ

 ตัวอย่างเช่น

                                   ปัญญาประดุจดังอาวุธ

                                   ไพเราะกังวานปานเสียงนกร้อง

                                   ท่าทางหล่อนราวกับนางพญา

                                   จมูกเหมือนลูกชมพู่                    ใบหูเหมือนทอดมันร้อนๆ

                              ปากเธอเหมือนกระจับอ่อนๆ         ฟันเรียงสลอนเหมือนข้าวโพดพันธุ์ดี

                                   ตาเหมือนตามฤคมาศ                   พิศคิ้วพระลอราช

                             ประดุจแก้วเกาทัณฑ์                          ก่งนา

 

                                   สูงระหงทรงเพรียวเรียวลูด            งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า

                             พิศแต่หัวจรดเท้าขาวแต่ตา                    สองแก้มกัลยาดังลูกยอ

                             คิ้วก่งดังก่งเขาดีดฝ้าย                             จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ

                              หูกลวงดวงพักตร์หักงอ                         ลำคอโตตันสั้นกลม

                             สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว                โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม

                             เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม                  มันน่าเชยน่าชมนางเทวี

                                                                                     (ระเด่นลันได : พระมหามาตรี (ทรัพย์))

 

 

                             ๒.๒.๒     อุปลักษณ์  ( Metaphor )

                                  อุปลักษณ์  ก็คล้ายกับอุปมาโวหารคือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกัน  แต่เป็นการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง  การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง  มักจะมีคำ เป็น  คือ  มี ๓ ลักษณะ

                                         ๑.   ใช้คำกริยา เป็น  คือ  =   เปรียบเป็น  เช่น  โทสะคือไฟ

                                          ๒. ใช้คำเปรียบเป็น  เช่น  ไฟโทสะ  ดวงประทีปแห่งโลก   ตกเหวรักจะดิ้นรนไปจนตาย

                                         ๓.  แสดงการเปรียบเทียบโดยปริยาย  เช่น  มโหรีจากราวป่ามาเรื่อยรี่

                                                อุปลักษณ์จะไม่กล่าวโดยตรงเหมือนอุปมา แต่ใช้วิธีกล่าวเป็นนัยให้เข้าใจเอาเอง   ที่สำคัญอุปลักษณ์จะไม่มีคำเชื่อมเหมือนอุปมา

ตัวอย่างเช่น             ขอเป็นเกือกทองรองบาทา    ไปจนกว่าชีวันจะบรรลัย

                                   ทหารเป็นรั้วของชาติ

                                   เธอคือดอกฟ้าแต่ฉันนั้นคือหมาวัด

                                   เธอเป็นดินหรือเธอเป็นหญ้าแท้จริงมีค่ากว่าใครนิรันดร์

                                   ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

                                   ครูคือแม่พิม์ของชาติ

                                   ชีวิตคือการต่อสู้     ศัตรูคือยากำลัง

                             ๒.๒.๓      สัญลักษณ์  ( symbol )

                                   สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน  ไม่เรียกตรงๆ ส่วนใหญ่คำที่นำมาแทนจะเป็นคำที่เกิดจากการเปรียบเทียบและตีความ  ซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันโดยทั่วไป   ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้ประพันธ์ต้องการเปรียบเทียบเพื่อสร้างภาพพจน์หรือมิฉะนั้นก็อาจจะอยู่ในภาวะที่กล่าวโดยตรงไม่ได้  เพราะไม่สมควรจึงต้องใช้สัญลักษณ์แทน

        ตัวอย่างเช่น           เมฆหมอก          แทน       อุปสรรค

                                          สีดำ                     แทน       ความตาย  ความชั่วร้าย

                                          สีขาว                   แทน       ความบริสุทธิ์

                                          กุหลาบแดง       แทน       ความรัก

                                          หงส์                    แทน       คนชั้นสูง

                                          กา                        แทน       คนต่ำต้อย

                                          ดอกไม้                แทน       ผู้หญิง

                                          แสงสว่าง           แทน       สติปัญญา

                                          เพชร                   แทน       ความแข็งแกร่ง     ความเป็นเลิศ

                                          แก้ว                     แทน &nbs